6 วิธีการประหยัดหมึกปริ้นเตอร์

ทำไมเดี๋ยวนี้พรินเตอร์ มันราคาถูกแสนถูกขนาดนี้เนี่ย ผมยังจำได้เลยว่า 7-8 ปีก่อน พรินเตอร์ราคาขั้นต่ำน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาทได้เลยมั้งครับ (จำตัวเลขที่ไม่แน่นอนไม่ได้ เพราะผมซื้อมา 7,000 บาท) จากนั้นผมก็เปลี่ยนพรินเตอร์ไปอีก 2-3 เครื่องได้
ยังจำได้เลยว่าเครื่องพรินเตอร์เครื่องนั้น พิมพ์เร็วได้สูงสุดแค่ 5-6 แผ่นต่อนาทีเองมั้ง แบบ Draft แล้วน่ะ ยิ่งพิมพ์แบบ Normal ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ แผ่นล่ะเกือบนาทีได้ พิมพ์รายงานส่งอาจารย์ที ต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย ขืนทำกันแบบร้อนก้นแล้ว พิมพ์เป็นร้อยๆ แผ่น ส่งไม่ทันแน่ๆ รอนานเกินไป
แต่ดูตอนนี้สิครับ เครื่องล่าสุดที่ผมซื้อมาใช้ เหลือแค่ 1,590 บาทเท่านั้น ราคาต่ำที่สุดแล้ว ถูกมากๆ ตอนซื้อก็ไม่ได้คิดอะไรครับ แถมปากกา Parker 1 แท่งของแท้ พร้อมกระเป๋าอีก 1 ใบ อีกตังหาก สุดยอดโปรโมชันเลย (ต้นทุนผลิตจะเหลือเท่าไหร่เนี่ย 500 บาทได้เปล่าอ่ะ) คุ้มครับคุ้ม ซื้อแล้วจ่ายเงินเลย แต่นั่นแหละครับราคาที่ถูก มักจะเป็นกับดักอย่างหนึ่ง หากพิมพ์กันแบบไม่บันยะบันยัง
เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า มันก็แฝงความแพงเอาไว้ภายในเหมือนกัน เพราะน้ำหมึก ตลับหมึก และกระดาษพิเศษนั่นแหละ จะเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตหวังเอาไว้ภายหลังจากการซื้อพรินเตอร์ไปใช้ เพราะหมึกชุดแรกที่ผมใช้ แล้วพิมพ์ในโหมด Normal โหแป๊ปเดียวหมดเลย เศร้า ต้องไปซื้อตลับหมึกใหม่มา ราคาปาไป 1000 นึงได้ เพิ่มเงินอีกนิดหน่อยได้พรินเตอร์เครื่องใหม่เลยน่ะเนี่ย
จากนั้นผมก็เลยต้องควานหาเทคนิคพิเศษ ให้สามารถพิมพ์แบบประหยัด ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์แบบ Draft โหมดด้วยการตั้งค่าเป็น Default เลย หรือเช็กหน้ากระดาษให้ดีๆ แม่นๆ ก่อนพิมพ์ เป็นต้น เลยรวบรวม 6 วิธีการสูตรเด็ด (เหมือนสูตรก๊วยเตี๋ยวเลย) ในการประหยัดหมึกพิมพ์ มาบอกเล่าให้ผู้อ่านทำตามกันบ้างก็ดีครับ

วิธีที่1 ดูให้ดีๆ ก่อนจะพิมพ์งาน: ออกจะบ่อยครั้งไปที่คุณลืมพรีวิว ก่อนสั่งพิมพ์หน้าเว็บเพจ มาถึงปุ๊บเห็นไอคอนพรินเตอร์ปั๊บกดเลย ลืมคิดไปว่า มีอยู่หลายส่วนที่เราไม่ต้องการในหน้าเว็บเพจนั้น หรือแม้แต่พิมพ์ได้ไม่ครบถ้วนด้วย แต่เจ้ากรรมดันพิมพ์ออกมาซะแล้ว เซ็งเลย ดังนั้นวิธีการง่ายๆ ให้คุณไปใช้ฟังก์ชัน Print Preview ดูหน้าเว็บเพจนั้นให้แน่ใจก่อนว่า คุณจะสามารถพิมพ์ข้อมูลต่างๆ ออกมาได้อย่างครบถ้วน ตามที่ต้องการหรือไม่ และถ้าหากว่าพรินเตอร์ของคุณมีออฟชันที่ฉลาดๆ กับผู้ใช้หน่อย ฟังก์ชัน Print Preview จะมีการถามคุณขึ้นมา ว่าคุณต้องการตัดเนื้อหาทางด้านขวาหรือไม่ เพราะเนื่องจากบางเว็บไซต์จะมีหน้าเว็บเพจทางด้านขวาที่ยาวเกินไป ถ้าจำเป็น คุณก็ปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์จากแนวตั้งไปเป็นแนวนอน เพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการได้ครบถ้วน ส่วนวิธีทำใน Internet Explorer, Firefox หรือ Opera ก็ง่ายๆ ครับ แค่เปิดหน้าเว็บเพจที่คุณต้องการจะพิมพ์ขึ้นมา จากนั้นคลิ้กที่ File-Print Preview จะมีหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยภายในจะมีเนื้อหาโชว์ขึ้นมาว่า พรินเตอร์จะพิมพ์เนื้อหาให้เราในส่วนไหนบ้าง ซึ่งบางครั้งอาจจะถูกพิมพ์มากกว่าหนึ่งหน้ากระดาษก็ได้ คุณอาจจะระบุลงไปเลยว่า คุณต้องการพิมพ์ออกมากี่แผ่น ให้คลิ้กที่ปุ่ม Print ที่ด้านบนของหน้า Preview หรือกด Ctrl+P จากนั้นให้ดูผลลัพธ์ที่ Dialog box เลือกหน้าที่ต้องการจะเริ่มและหน้าสุดท้าย ที่ต้องการจะพิมพ์ในบ๊อกซ์ Print Range เพื่อบางทีเราไม่จำเป็นต้องพิมพ์ถึงหน้าสุดท้ายก็ได้ครับ
ผู้ผลิตพรินเตอร์ชั้นนำอย่าง Canon จะให้โปรแกรม utility มาพร้อมกับพรินเตอร์ หรือมีโปรแกรมให้ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้การพิมพ์หน้าเว็บเพจมีความเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรม Canon Easy-WebPrint Utility และวิธีการลดปริมาณการใช้หมึกพิมพ์ ให้เลือกที่ปุ่ม Properties และเลือกพิมพ์ในโหมด Draft ภายใต้ Print Quality (ซึ่งค่าต่างๆ เหล่านี้ก็จะขึ้นอยู่กับผู้ผลิตพรินเตอร์แต่ละยี่ห้อ) และถ้าการพิมพ์สีไม่จำเป็นสำหรับคุณ ให้คุณเลือกพิมพ์แบบ Gray scale หรือ Black & White จะดีกว่า จากนั้นคลิ้ก OK ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วิธีที่ 2 พิมพ์แต่ text ก็พอแล้ว: นี่เป็นวิธีที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเลยครับ โดยเฉพาะการพิมพ์ผ่านโปรแกรม PowerPoint ผมตัดรูปภาพ background ออกหมดเลย เพื่อตัดการพิมพ์ในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป หรือแม้แต่ว่า หากคุณต้องการพิมพ์แค่เฉพาะตัวอักษรในหน้าเว็บไซต์นั้นๆ คุณก็แค่ Highlight ที่ตัวอักษร จากนั้นให้คลิ้กที่ File-Print และเลือก Selection ที่อยู่ใต้ Page Range ก็สามารถพิมพ์ได้แล้วครับ แต่หากว่าวิธีนี้ยากไปหน่อย ทำไม่เป็นก็เล่นแบบง่ายๆ เลยคือ ก๊อปปี้อักษรที่คุณต้องการ เปิดโปรแกรม WordPad ขึ้นมา (คลิ้กที่ Start->All Programs->Accessories->WordPad) หรือจะผ่านโปรแกรม Word, Notepad หรือ Text editor ก็ได้เช่นกัน และแปะเนื้อหานั้นลงไปแล้วค่อยพิมพ์ คุณก็จะประหยัดหมึกไปได้อีกมากโข ไม่ต้องพิมพ์หมดทั้งหน้าครับ เป็นวิธีง่ายๆ แต่ไม่ค่อยจะยอมทำกัน อาจจะขี้เกียจก็เป็นไปได้

วิธีที่ 3 ข้ามขั้นตอนการปิดเครื่อง ในแบบที่ควรจะเป็น: ปกติแล้วคุณปิดและเปิดพรินเตอร์ด้วยการดึงสายไฟออกเลยใช่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ นั่นเป็นความคิดที่ผิดเลยครับ เพราะว่าหัวพิมพ์จะยังไม่กลับไปเข้าที่เดิม จึงมีผลทำให้หัวพิมพ์อุดตันได้ง่าย และเครื่องก็จะเสียเร็วกว่าปกติ ดังนั้นคุณควรจะปิดหรือเปิดเครื่องที่ปุ่มสวิตซ์ก่อน จากนั้นค่อยดึงปลั๊กออกน่ะครับ แค่นี้ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานทั้งพรินเตอร์และหัวพิมพ์ได้แล้ว ไม่ต้องเปลืองเงินค่าซ่อม

วิธีที่ 4 ป้องกันตลับหมึกแห้ง: วิธีการป้องกันตลับหมึกแห้งแบบง่ายๆ เลยคือ นำพรินเตอร์มาพิมพ์ทั้งสีและขาวดำ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง (อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วไม่ค่อยจะมีใครทำกัน) ก็จะช่วยให้ตลับหมึกของคุณได้ทำงาน เอาหมึกที่ค้างอยู่บริเวณหัวพิมพ์ออกไป แค่นี้ก็ไม่ทำให้หัวพิมพ์ไม่อุดตันแล้วครับ จริงมั๊ยครับ

วิธีที่ 5 อยากใช้หมึกปลอม ก็ดูดีๆ หน่อย: แม้ว่าตลับหมึกแบบไม่มียี่ห้อจะมีราคาถูกกว่าตลับหมึกแท้ จากผู้ผลิตโดยตรงอยู่หลายร้อยก็ตาม แต่ว่าการประหยัดตรงนี้ จะมีผลในเรื่องของคุณภาพการพิมพ์ตามมาด้วย ซึ่งผมแนะนำว่า หากคุณใช้พรินเตอร์พิมพ์เอกสารในโหมด Draft ซะเป็นส่วนใหญ่เหมือนผม การซื้อตลับหมึกยี่ห้ออื่นๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับช่วยประหยัดเงินไปได้อีกเยอะ พอหัวพิมพ์เสีย หรือตลับหมึกเริ่มออกอาการพิมพ์ไม่ค่อยดี ค่อยเปลี่ยนไปซื้อตลับหมึกของแท้มาใช้ ทำแบบนี้ก็จะประหยัดเงินไปได้อีกมาก ทิ้งตลับหมึกอันเก่าไปเลยอย่าไปเสียดาย ขืนเอามาใช้เดี๋ยวได้ซื้อเครื่องใหม่แน่ๆ
ชุดเติมหมึกดูจะเป็นทางเลือกที่ดีในการประหยัดค่าพิมพ์ แต่ว่าเวลาพิมพ์งานออกมามันก็ดูไม่ดีเท่าที่ควร และอีกอย่างก็คือ ตลับหมึกชุดเติมหมึกนั้น จะให้ปริมาณน้ำหมึกที่น้อยกว่าตลับหมึกใหม่ที่มาจากผู้ผลิตโดยตรง นั่นก็หมายความว่าชุดหมึกเติมจะพิมพ์งานได้น้อยกว่าในระยะยาว รวมทั้งคุณภาพที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์งานด้วย และถ้าต้องการเน้นพิมพ์รูปภาพเป็นประจำแล้วล่ะก็ ลงทุนซื้อตลับหมึกแท้ดีกว่าครับ เพราะมันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าของไม่มีแบรนด์มากๆ แบบเทียบกันไม่ติด แล้วก็คงต้องหาซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับพิมพ์รูปภาพโดยเฉพาะมาใช้งาน จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและประหยัดกว่าด้วยครับ

วิธีที่ 6 จ่ายเงินเพียงเล็กน้อย แต่ประหยัดต้นทุนการพิมพ์ที่มากกว่า: ถ้าคุณชอบที่จะหาทางเลือกในการพิมพ์ให้ประหยัดที่สุด ลองดูตรงนี้ครับกับ FinePrint โปรแกรม utility ที่ให้คุณสามารถทดลองใช้งาน ด้วยฟังก์ชันการพิมพ์ 2, 4 หรือ 8 หน้าลงบนกระดาษเพียงแผ่นเดียว ในโปรแกรมนี้ยังมีออฟชันให้คุณเลือกว่าจะพิมพ์ Text สีดำเพียงอย่างเดียว หรือไม่ต้องการพิมพ์กราฟิกก็ทำได้เช่นกัน เพื่อเป็นการประหยัดหมึก แต่ว่าในเวอร์ชันทดลองใช้งานนี้ การพิมพ์งานออกมาทุกหน้าจะมีลายน้ำถูกพิมพ์ออกมาด้วย ซึ่งหากคุณไม่ต้องการลายน้ำอันนี้ ก็ต้องเสียเงินประมาณ 1,750 บาท เพื่อให้สามารถพิมพ์งานได้ตามปกติครับ
เป็นไงครับ ลองใช้วิธีแบบนี้ทำตามดู ก็น่าจะช่วยคุณประหยัดเงินไม่มากก็น้อยนะครับ แต่ผมลองแล้ว ก็เปลี่ยนตลับหมึกน้อยลงได้จริงๆ ครับ ไม่ได้โม้

ปล.ขอบคุณท่านเจ้าของบทความนี้ที่ให้ความรู้แก่ทุกท่านแล้วใช้ประโยชน์ขอให้ท่านมี

ความสุขกับความรู้ที่ท่านได้เผยแพร่ครับผม 

 

 

อ้างอิงจาก  www.arip.co.th





Comment

Comment:

Tweet